27 เคล็ดลับสุขภาพดี

นี่คือ 27 เคล็ดลับที่จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้น ทำได้ง่ายๆเพื่อสุขภาพของคุณเอง

1. เลียนแบบน้องแมว: ยืดเส้น ยืดสาย ทุกครั้งหลังตื่นนอน เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และลดอาการปวดหลัง

2. อย่าอดอาหารเช้า: อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะคนที่กำลังลดน้ำหนัก อาหารเช้าที่แนะนำ ผลไม้, น้ำผลไม้สด, ซีเรียลอาหารเช้าที่มีไฟเบอร์สูง, นมไขมันต่ำ, โยเกิร์ต, ขนมปังโฮลวีต, ไข่ต้ม เป็นต้น

3. แปรงฟันให้สะอาด: แปรงฟันอย่างถูกวิธี, แปรงฟันให้นานพออย่างน้อย2นาที, ไม่ใช้ไหมขัดฟัน, แปรงลิ้นและเพดานปากด้วย

4. บริหารเส้นประสาท: รวมถึงบริหารสมองของคุณด้วย ทำได้ง่ายๆโดยทำสิ่งที่คุณไม่ถนัด เช่น แปรงฟันด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด หรือ เดินทางไปทำงานด้วยเส้นทางใหม่ๆ เป็นต้น

5. เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ: หมั่นเป็นผู้ให้อยู่เสมอแม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อย เช่น ซื้อน้ำเปล่าให้พี่ยามที่ประจำคอนโดของเรา หรือช่วยอุดหนุนซื้อขนมของคุณยายที่นั่งขายริมถนน เป็นต้น

6. สวดมนต์: ไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาใด การสวดมนต์ทำให้สุขภาพจิตคุณดีขึ้น ศึกษาโดยมหาวิทยาลัย Harvard ผู้ป่วยที่สวดมนต์เป็นประจำ จะหายป่วยเร็วกว่าปกติ

7. ทานกระเทียมและหัวหอม: มันช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อได้ดี

8. ไวน์แดงวันละแก้ว: มันดีสำหรับคุณ จากการศึกษาพบว่าไวน์แดง มีสารโพลีฟีนอล(สารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง) ที่ช่วยปกป้องคุณจากสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้

9. เพิ่มแคลเซี่ยม: ดื่มนม หรือโยเกิร์ต เป็นประจำ โดยความหนาแน่นของมวลกระดูกของคุณจะลดลงเรื่อยๆหลังอายุ 30 ปี ดีงนั้นคุณต้องการแคลเซียมอย่างน้อย 200 มิลลิกรัมต่อวัน

10. เบอร์รี่สำหรับท้องของคุณ: บลูเบอร์รี่, สตรอเบอร์รี่และราสเบอร์รี่ มีสารอาหารที่เรียกว่า anthocyanidins ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคหัวใจและมะเร็งได้

11. ทานเผ็ดบ้าง: ทานพริก หรือเครื่องเทศที่ให้ความเผ็ดร้อน จะช่วยเรียกเอ็นโรฟินซึ่งจะทำให้ร่างกายรู้สึกดี

12. ทานสมุนไพร: เช่น แปะก๊วย, กระเทียม, ขิง, โสม สมุนไพรเหล่านี้จะเป็นยาช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะภายในได้ดี

13. ทานมะเขือเทศ: มะเขือเทศมีไลโคปีนซึ่งเป็นนักต่อสู้มะเร็งอันทรงพลัง และยังอุดมไปด้วยวิตามินซี ถึงแม้จะเป็นมะเขือเทศที่ปรุงสุกแล้วก็ยังมีสารอาหารอยู่ครบถ้วน

14. เมื่อเครียดต้องทาน: เพื่อป้องกันความดันเลือดต่ำในเวลาที่คุณเครียด ให้ดื่มชาสมุนไพร, ทานถั่วและกล้วยช่วยกระตุ้นการสร้างเซโรโทนิน ซึ่งเป็นยาลดความเครียดที่ให้ความรู้สึกดี และยังมีกรดอะมิโนทริปทามีน ที่สามารถเพิ่มพลังให้คุณเมื่อคุณเครียด

15. วิตามินซี: ร่างกายตนเราต้องการวิตามินซีอย่างน้อย 90 มิลลิกรัมต่อวัน ดีที่สุดคือทานผักแลผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม หรือฝรั่ง เป็นต้น

16. เพิ่มกรดโฟลิก: สามารถป้องกันมะเร็งและเพิ่มภูมิตุ้มกันให้กับร่างกาย กรดโฟลิกมีมากใน ผักใบเขียว, ตับ, รำข้าว

17: วิตามินเอ: วิตามินเอและเบต้าแคโรทีนช่วยเสริมภูมิต้านทานโรค นอกจากนี้ยังช่วยในกระบวนการรักษาโรค แหล่งธรรมชาติที่ดีของวิตามินเอ ได้แก่ ตับ, นม, ผักสีเขียวและสีเหลือง, มะม่วง, พริกพริกไทย, น้ำมันปาล์ม เป็นต้น

18. ดื่มน้ำเปล่า: อย่าดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มชูกำลังขณะออกกำลังกาย ดื่มแค่น้ำเปล่าให้เพียงพอ เพราะถ้าคุณดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มชูกำลังขณะออกกำลังกาย ร่างกายจะเผาผลาญกลูโคสก่อนจะเผาผลาญไขมัน

19. ดัชนีน้ำตาล: หากคุณกำลังควบคุมน้ำหนัก ควรหลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตที่มีดัชนีน้ำตาลสูง เช่น ขนมปัง, น้ำตาล, น้ำผึ้ง และอาหารประเภทธัญพืช ควรเลือกทาน ถั่ว, ข้าว, พาสต้า, ถั่วฝักยาว, ถั่วลันเตา, ถั่วเหลือง และรำข้าว ซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ

20. ใช้ชีวิตอย่างมีสติ: ชีวิตนั้นสั้นกว่าที่คุณคิด หยุดคิดกังวลเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ หาความสุขเล็กน้อยจากสิ่งรอบตัว สนใจและมีสมาธิกับสิ่งเล็กน้อย เช่น สังเกตผิวหยาบๆของสตรอเบอร์รี่ในขณะที่คุณสัมผัส และลิ้มรสเปรี้ยวอมหวานเมื่อคุณกัดมันลงไป

21. ความลับของการยืดกล้ามเนื้อ: เมื่อคุณยืดกล้ามเนื้อ ให้ปรับร่างกายของคุณอยู่ในตำแหน่ง จนกว่าคุณจะรู้สึกตึงและเจ็บตรงกล้ามเนื้อส่วนนั้น ให้ค้างไว้แบบนั้นประมาณ 25 วินาที หายใจเข้าลึกๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายของคุณย้ายเลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อเจ็บและตึง

22. Weight training ก่อน Cardio: เพราะช่วงแรกของการออกกำลังกาย ร่างกายของเรายังมีแรงและสดชื่นมากพอที่จะออกกำลังกายแบบหนักๆก่อน ส่วนการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอควรเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณทำ เพราะมันจะช่วยให้ร่างกายของคุณฟื้นตัว โดยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังกล้ามเนื้อ และล้างกรดแลคติคออก ซึ่งสร้างขึ้นในกล้ามเนื้อขณะออกกำลังกาย กรดแลคติคที่ทำให้กล้ามเนื้อของคุณรู้สึกตึงและเจ็บได้

23. เหยียบดินบ้าง: ถ้าคุณมีปัญหาปวดเมื่อยสะโพก, ต้นขา, หัวเข่า อาจจะเป็นเพราะคุณเดินและวิ่งบนพื้นเรียบและแข็งตลอดเวลา ให้คุณลองเดินบนดิน เพราะบนดินจะอ่อนนุ่มและไม่เรียบ จะทำให้อาการปวดเหล่านั้นลดลงได้

24. อย่ากินคาร์โบไฮเดรตหลังออกกำลังกาย: อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เป็นการบังคับให้ร่างกายเผาผลาญไขมันต่อไป แทนที่จะเผาผลาญสิ่งที่คุณเพิ่งจะทานเข้าไป

25. หัวเราะและร้องไห้: หัวเราะกับสิ่งที่ทำให้คุณขำหรือดีใจ และร้องไห้กับสิ่งที่ทำให้คุณซึ้งไม่ใช่เศร้า มันจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และลดอาการภูมิแพ้ต่างๆด้วย

26. อาบน้ำเย็น: การที่คุณอาบน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นเป็นประจำ จะทำให้ผิวคุณแห้ง ซึ่งจะทำให้คุณดูแก่ก่อนวัยอันควร

27. เลือกครีมให้เหมาะ: ไม่ควรเลือครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าวหรือส้ม แล้วคุณต้องออกไปเจอแดด เพราะครีมที่มีส่วนผสมเหล่านี้เมื่อโดนแดดจะเกิดปฏิกิริยาทำให้ผิวของคุณเสื่อม และจะทำให้คุณดูแก่เกินวัย